รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ในตอนนี้ ท่านอาจารย์ อธิบายว่า เราสามารถรู้จักพระเจ้า ขณะดำเนินชีวิตแบบฆราวาสได้ การรู้แจ้งคืออะไร และการทำสมาธิด้วยวิถีกวนอิม คือการพิจารณา คำสอนภายในของพระเจ้าBonnie: ท่านอาจารย์คะ ฉันจำได้ว่าเมื่อครั้ง ที่ท่านมาร่วมรายการ การเห็นที่เหนือขึ้นไป ครั้งก่อน ท่านเล่าเรื่อง ที่สะเทือนใจมากเรื่องหนึ่งว่า ท่านเคยใช้ชีวิตแต่งงาน แล้วจู่ ๆ อาจไม่ใช่ จู่ ๆ ก็ได้ แต่ชีวิตของท่านเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อท่านก้าวเดินบนเส้นทาง จิตวิญญาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉันทราบว่าผู้ฟังของเราหลายคน ก็อาจรู้สึกว่าชีวิตของตน เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ท่านช่วยเล่าช่วงชีวิตนั้น ให้เราฟังอีกครั้งได้ไหมคะ?Master: ได้ค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ฉันไม่แนะนำให้คนอื่น ทุกคนทำเช่นนี้ เพราะชีวิตแต่งงาน เป็นชีวิตที่ศักดิ์สิทธิ์ เราควรรักษาชีวิตแต่งงานไว้ก่อน ตอนนั้นฉันยังไม่รู้แจ้ง โปรดยกโทษให้ฉันด้วย และบางทีชีวิตของฉัน อาจต้องเป็นเช่นนี้ แต่ไม่ใช่เราทุกคน ที่จะต้องเป็นเช่นนี้และยังเป็นการต่อสู้ภายในใจ ครั้งใหญ่ ระหว่างครอบครัว และชีวิตรักกับเสียงเรียกอีกอย่างหนึ่ง ที่อยู่ลึกในหัวใจของคุณ (ใช่ค่ะ) ใช่ แต่ถึงอย่างไร การรู้แจ้งก็ไม่ได้หมายความว่า ต้องออกจากบ้าน หรือละทิ้งความสุขในครอบครัว เราทำทั้งสองอย่างควบคู่กันได้ เพื่อนผู้รับการประทับจิตของเรา มากมายมีความสุข กับชีวิตตามปกติ พร้อมกับได้รู้จักพระเจ้าไปด้วย นั่นจึงน่าจะดีกว่า สำหรับเราทุกคน ถ้าฉันรู้เช่นนั้นมาก่อน ก็คงไม่จากสามี เขาเป็นผู้ชายที่วิเศษมาก ใช่(ฉันคิดว่า สิ่งที่ได้ยินท่านพูดก็คือ ไม่ว่าเราจะทำอะไร หรืออยู่ที่ไหน เราก็สามารถรู้แจ้งได้) แน่นอนที่สุดค่ะ ใช่ค่ะBonnie: ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่คะ คำว่า “การรู้แจ้ง” นี้ มีการใช้กัน บ่อยนะคะ (ใช่ค่ะ) แท้จริงแล้ว หมายถึงอะไรคะ?Master: ค่ะ ยากที่จะอธิบาย ให้ชัดเจน ด้วยคำเพียงไม่กี่คำ แต่เป็นกระบวนการของการรู้จัก สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิต ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่เรา มองเห็นได้ด้วยดวงตา หรือสัมผัส ได้ด้วยเครื่องมือทางกายภาพ เป็นช่วงเวลา ที่เราเริ่มรู้จัก สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือผู้ปกครองที่แท้จริง ของทั้งจักรวาล ซึ่งอยู่ภายในตัวเราเช่นกัน(ท่านอาจารย์ ฉันรู้สึกว่าเรา... คือฉันจำได้ว่า ตอนเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เคยมีความรู้สึกทำนองนั้น แล้วก็ลืมไปช่วงหนึ่ง) ใช่ค่ะ ส่วนใหญ่ เมื่อเราเกิดมาเรารู้แจ้ง มากกว่าตอนที่เราโตขึ้น (ใช่ค่ะ) เพราะเวลานั้น เราใกล้ชิด พระเจ้ามากกว่า และเมื่อเราโตขึ้นเรา แล้วเราก็ระบุตัวตน อย่างช้า ๆ ค่อย ๆ ระบุตัวตนตามความรู้ ที่สั่งสมทุกวัน และความรู้ ที่คนอื่นถ่ายทอดให้เรา โดยบอกว่า “คุณเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คุณคือนางคนนั้นคนนี้” แล้วเราก็ค่อย ๆ ยึดติดกับตัวตนนั้น มากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเราอายุมากขึ้นก็ยิ่ง ยึดติดกับตัวตนมากขึ้น ตามความรู้ ที่ได้รับและนิสัย ที่สั่งสมมาจากภูมิหลัง หรือการคบหา กับผู้อื่นในสังคม(ดังนั้น เชกสเปียร์ นักเขียนชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่ คนหนึ่งของเรา จึงกล่าวว่า “ทุกสิ่งในโลกคือละครเวที” ท่านอาจารย์คะ สิ่งที่ท่านพูดดูเหมือน จะหมายความว่า เราหมกมุ่นกับบทบาทนักแสดงชาย หรือนักแสดงหญิง จนลืมว่าแท้จริงแล้ว เราเป็นใคร) ใช่ค่ะ บอนนี คุณเข้าใจแล้วJared: ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ ผมอยาก ย้อนกลับไปพูดถึงบ้านเกิดของท่าน ที่เวียดนามสักครู่ (ค่ะ) บอนนี่และผม เพิ่งได้ใช้เวลาอยู่ กับท่านอาจารย์ติชนัทฮันห์ ผู้เป็นครู ทางพระพุทธศาสนา พร้อมกับคนอีกหลายพันคน และผมจึงสงสัยว่า ช่วงเวลา ที่ท่านอยู่ในเวียดนาม มีอิทธิพล ต่อชีวิตของท่านอย่างไรบ้าง?Master: อาจมีอิทธิพลต่อฉัน ในระดับจิตใต้สำนึก เพราะตั้งแต่ฉันยังเด็ก ฉันเห็นความตาย เห็นความเกลียดชัง เห็นการทำลายล้างจากสงคราม และความทุกข์ยากของผู้คน ในบางพื้นที่ (ครับ ท่านอยู่ที่นั่น ในช่วงสงครามกับฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา ขณะที่สงคราม กำลังดำเนินอยู่ใช่ไหมครับ?) เฉพาะช่วงสงครามกับสหรัฐอเมริกา คุณพ่อฉันอยู่ในช่วงสงครามกับฝรั่งเศสJared: เข้าใจแล้วครับ (ใช่) เข้าใจแล้ว ท่านจึงได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ในสงครามใช่ไหม? (ใช่ค่ะ เห็นมากทีเดียว) ท่านยังมีความรู้สึกใดติดค้าง ต่อชาวอเมริกัน เกี่ยวกับสงคราม ที่ทำกับประเทศของท่านไหม?Master: ฉันไม่เคยคิดว่า ชาวอเมริกันทำสงคราม กับประเทศของฉัน อันที่จริง ฉันซาบซึ้งในสิ่งที่พวกเขาทำ เพราะผู้คนอาจคิดว่า พวกเขาผิดพลาด ที่เข้าร่วมสงครามเวียดนาม แต่คนเราก็ทำ ผิดพลาดกันได้บางครั้ง สิ่งสำคัญคือเจตนา ไม่ใช่ผลลัพธ์ และฉันมั่นใจว่า ชาวอเมริกันหนุ่มสาวทุกคน ที่ไปเอาหลัก (เวียดนาม) ในเวลานั้นต่างมีอุดมการณ์อันสูงส่ง และดีงามอย่างวีรบุรุษ เพื่อปกป้องความชอบธรรม และเสรีภาพ และแม้โชคร้าย ที่เราล้มเหลว แต่นั่นอาจเป็นแผนของพระเจ้า อาจเป็นกรรมของผู้คนในประเทศฉัน หรืออาจเป็นทั้งหมดนั้น แต่ฉันไม่เคยถือว่าชาวอเมริกัน ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ และไม่ว่าใคร ที่ฉันพบในเอาหลัก (เวียดนาม) ทหารอเมริกันที่ฉันพบ หรือบางคนที่เป็นแพทย์... ตอนยังเด็ก ฉันเคยเป็นล่าม ให้พวกเขาด้วย คือให้แพทย์เหล่านั้น และพวกเขาอ่อนโยนมาก และมีเมตตามาก เช่นเดียวกับคุณเช่นเดียวกับ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ที่ฉันพบ ที่นี่ไม่มีข้อสงสัยในเรื่องนั้นเลย และนั่นคือสิ่งที่ฉันนึกถึง... ความทรงจำของฉันเกี่ยวกับอเมริกัน (แน่นอนครับ)Bonnie: ท่านอาจารย์คะ (ค่ะ) เราจะมีสงครามบนโลกนี้ ตลอดไป หรือเรากำลังมุ่งไปสู่จุดหนึ่งคะ… ฉันทราบว่า ท่านได้รับรางวัลสันติภาพ รางวัลสันติภาพโลก เรากำลังมุ่งไปสู่จุด ที่สงครามบนโลกนี้จะยุติ และจะไม่เกิดขึ้น อีกต่อไปจริง ๆ หรือเปล่าคะ?Master: เรามาอธิษฐานให้เป็นเช่นนั้นกัน แต่อย่างที่คุณทราบ เราหว่านสิ่งใด ย่อมเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น ดังนั้นถ้าเมล็ดพันธุ์แห่งการกระทำ ในอดีตของเราถูกชำระล้างหมดแล้ว เราก็จะไม่มีสงครามอีก และถ้าเราไม่หว่านเมล็ดพันธุ์ แห่งสงครามใหม่ แน่นอนว่าเราก็จะมีสันติภาพ แต่ฉันคิดว่า ยังต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย และขึ้นอยู่กับว่าผู้คนของเรา ทั้งโลกเต็มใจเพียงใด(ท่านอาจารย์ครับ ผมทราบว่าท่านได้จัดการ กับปัญหาใหญ่หลายอย่าง ผมหมายถึงคำว่า ปัญหา อาจเบาเกินไป สิ่งที่ผมหมายถึงคือภัยธรรมชาติ เช่นน้ำท่วม ไฟไหม้ และอื่น ๆ อย่างเหตุไฟไหม้ในแคลิฟอร์เนีย ตอนใต้เมื่อไม่นานมานี้ ขณะเดียวกัน เรายังเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่นการสู้รบ ที่ดำเนินอยู่ในบอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา และอดีตสาธารณรัฐยูโกสลาเวีย ท่านรู้สึกบ้างไหมครับว่า อาจถูกเรียกให้ไปที่นั่น เพื่อนำสันติภาพไปสู่พื้นที่ ที่บอบช้ำจากสงครามนั้น ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง)ตอนนี้ ฉันไม่มีความรู้สึกเช่นนั้น แต่ไม่ว่า เราจะทำอะไรแม้จะอยู่ที่เดิม ก็ย่อมส่งผล ต่อโลกทั้งใบอยู่แล้ว ดังนั้น เราเพียงส่งความปรารถนาดี และบุญกุศลของเราไป และสิ่งใดก็ตาม ที่เราทำอย่างมีคุณธรรมจะส่งผล ต่อผู้คนทั้งโลก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่นั่นหรือไม่ แต่แน่นอนว่า หากเราเป็นเสมือนเครื่องมือ ของพระเจ้า การที่เราไปอยู่ในที่ใด จะช่วยนำบรรยากาศ ที่ฉันจะเรียกว่า ช่วยยกระดับจิตใจ มาสู่ผู้คนมากขึ้น และเมื่อใดที่พระเจ้าทรง ประสงค์ให้ฉันไปที่นั่นแน่นอนว่า ฉันจะถูกผลักดันให้ไป ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม(ใช่ค่ะ ท่านใช้คำว่าพระเจ้า อยู่เรื่อย ๆ ในที่นี้ ในความหมายแผนของพระเจ้า และฉันรู้สึกว่า ท่านเป็นผู้ปฏิบัติตามแผนนั้น โดยไปทุกแห่ง ที่แผนนั้นนำท่านไป) จริง ใช่ค่ะ (จริง ๆ ท่านอาจารย์ช่วยอธิบาย กิจกรรมขององค์กรของท่าน และสิ่งที่องค์กรท่านได้ทำ เพื่อช่วยเหลือ ผู้คนในโลกอย่างมากมาย และเป็นรูปธรรมสักเล็กน้อย ได้ไหมคะ?)ได้ค่ะ คือเราไม่ได้เริ่มต้น จากสิ่งนั้น และจริง ๆ แล้วเราก็ไม่ได้ตั้งใจ จะตั้งองค์กรใดขึ้นมา เพียงแต่หลังจากที่ฉัน เริ่มมีชื่อเสียงไปทั่วโลกบ้าง ผู้คนก็เริ่ม จัดตั้งองค์กร เพื่อให้เป็นไปตาม ข้อกำหนดของทางการ และเพื่อให้เราชัดเจน ว่ารัฐบาล และผู้คนรอบตัวเรารู้ว่า เหตุใดเราจึงมารวมตัวกันมากมาย ทุกสัปดาห์หรือประมาณนั้น หรือเพื่อนั่งสมาธิ ดังนั้นเรา จึงมีสิ่งที่เรียกว่าองค์กร แต่เราไม่มีลำดับชั้น (ค่ะ) ว่าใครสูงกว่าใคร ใครต่ำกว่าเป็นต้น เราไม่มีสิ่งนั้น และก็เป็นเพียง ระบบงานธุรการเท่านั้น เพื่อช่วยให้งานดำเนินไปได้ตราบที่ เรายังอยู่ในโลกนี้ส่วนการบรรเทาภัยพิบัติ และสิ่งทั้งหลาย ที่คุณเรียกว่าสิ่งดี ที่เราทำนั้น เป็นเพียงสิ่งที่ทำไปตามโอกาส เพราะเมื่อเห็นใครประสบภัย เราก็นึกได้ว่าอาจเป็นตัวเราเอง เข้าใจได้ง่ายมาก เราจึงเข้าใจความรู้สึก ของผู้คนเหล่านั้น ดังนั้นไม่ว่าเรา จะมีทรัพยากรทางการเงิน หรือกำลังเพียงใด เราก็ให้ไปโดย ไม่ได้คิดว่าจะต้องวางแผนดำเนินการ จัดตั้งองค์กรหรือทำอะไรขึ้นมา เราไม่ได้คิดค่ะ ฉันไม่รู้จะอธิบาย ให้คุณฟังอย่างไร เราเพียงช่วยด้านการเงิน กำลังคน ช่วยด้วยความเห็นอกเห็นใจ ไม่ว่าพวกเขาต้องการให้เรา ช่วยทางไหน เราก็ทำBonnie: ฉันรู้สึกว่าท่านกับองค์กร และผู้ติดตามของท่าน รับรู้ถึงความต้องการ แล้วไปยังที่ที่มีความต้องการนั้น และทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำ (ใช่ อย่างนั้นเลย) เป็นแนวทางที่มีลักษณะของความ เป็นหญิงอย่างมากใช่ไหมคะ?Master: ใช่ เรียบง่ายมาก (เรียบง่ายมาก) ชีวิตของเราเรียบง่ายมาก(เมื่อพูดถึงแนวทาง ที่มีลักษณะของความเป็นหญิงนี้ อาจเป็นโอกาสดี ที่จะพูดถึงสิ่งที่ท่านเรียกว่า ธรรมวิถีกวนอิม ในการนำงาน และคำสอนของท่านไปปฏิบัติ)(แต่ก่อนจะพูดถึงเรื่องนั้น เราต้องพักกัน สักครู่ค่ะ (โอเคค่ะ) แล้วเราจะกลับมา คุณทิ้งท้าย ด้วยประเด็นชวนติดตามได้ดีมาก แจเร็ด เราจะกลับมาพูดคุย เพิ่มเติมเกี่ยวกับ พลังงานกวนอิม แน่นอนว่า เรากำลังสัมผัสถึง พลังงานเยียวยาแห่งความเป็นหญิง ที่เข้ามาสู่โลกนี้มากขึ้น ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งนี้ และวันนี้ เรากำลังสนทนา กับท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ ท่านกำลังพูดคุยกับเราทางโทรศัพท์ จากพื้นที่ลอสแอนเจลิส เรายินดี ที่คุณอยู่กับเราในเช้าวันศุกร์นี้ และเราจะกลับมาในอีกสักครู่นะคะ)Jared: ขอต้อนรับกลับมาค่ะ นี่คือเรดิโอ 2000 รายการการเห็น ที่เหนือขึ้นไป พิธีกรของคุณคือบอนนี และแจเร็ด วันนี้เรายินดี ที่ได้สนทนาทางโทรศัพท์ กับท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ จากแคลิฟอร์เนียใต้Bonnie: สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์ เรากลับมาสนทนากับท่าน (สวัสดีค่ะ) สวัสดีค่ะ ได้ยินฉันชัดไหมคะ? เพราะบางครั้งเสียง โทรศัพท์ก็เบาลง เล็กน้อย ตอนนี้เสียงดีขึ้นแล้วค่ะ (เสียงดีขึ้นแล้วครับ) เสียงดีขึ้นแล้วค่ะ ท่านอาจารย์คะ ขณะที่ท่านพูด ภาษาแม่ของท่าน เมื่อสักครู่นี้ ฉันก็นึกได้ว่า ท่านยุ่งเพียงใด และเราจะพูดถึงเรื่องนั้นด้วย ฉันทราบว่า เราได้พูดคุยกับโซฟี ที่นี่ในห้องส่ง ถึงเรื่อง ที่ท่านทำงาน จนไม่ได้นอนเลย หรือกว่าจะได้นอนก็ตีสาม (บ่อยครั้งค่ะ) บ่อยครั้ง ฉันจึงอยากกล่าว ชื่นชมท่านในเรื่องนี้ และขอบพระคุณท่านอย่างยิ่ง ที่ตื่นแต่เช้ามาร่วมรายการกับเรา และตอนนี้ เราจะพูดถึง พลังงานแห่งความเป็นหญิง ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น(มาพูดถึงแนวคิดนี้กันครับ หลายคนในโลกตะวันตกนี้ อาจไม่รู้เลยว่า กวนอิมคือใคร หรืออะไร?) ใช่ค่ะ เห็นไหม ผู้คนอาจเคยได้ยิน ชื่อกวนอิม ในฐานะพระแม่แห่งความเมตตา แต่เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราเรียกว่า ธรรมวิถีของเรา เพราะจริง ๆ แล้ว กวนอิมในความหมายที่เราใช้ คือการเพ่งพิจารณา พระวจนะภายใน (แห่งสวรรค์) คำสอนภายในของพระเจ้า ที่สั่นสะเทือนอยู่ ทุกวินาทีของชีวิตเรา และเมื่อเรา เชื่อมต่อ กับชีพจรแห่งชีวิตนี้ หรือคำสอนของพระเจ้าแล้ว นั่นก็คือเวลาที่เรา เข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า ธรรมวิถีกวนอิม แต่แท้จริงแล้ว หากพูดในแง่กายภาพ ไม่มีวิธีการใดเลย เพียงเพราะเราต้องพูดอะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นผู้คนจะถามว่า “ท่านนำอะไรมามอบให้เรา? ท่านสอนอะไรเรา?” ไม่มีสิ่งใดเป็นรูปธรรมดังนั้นวิถีกวนอิม จึงหมายถึงการเพ่งพิจารณา คำสอนภายในของพระเจ้า ตัวตนที่เป็นพระเจ้า ดังที่ พระคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า “ในปฐมกาล พระวจนะดำรงอยู่ และพระวจนะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวจนะทรงเป็นพระเจ้า” และนี่เป็นเหมือน คำสอนอันไพเราะ ยิ่งเราฟังมากเท่าใด เราก็ยิ่งมีปัญญา มีความสงบ และมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น(เวลาที่ท่านพูดคุยกับนักเรียน ที่กำลังอยู่บนเส้นทางการเรียนรู้ที่นี่ ท่านช่วยให้พวกเขารู้ได้อย่างไรว่า สิ่งที่พวกเขาได้ยินอยู่ภายในนั้น คือพระวจนะของพระเจ้า?) โอ้ เข้าใจ ง่ายมาก เพราะยิ่งคุณฟังมากเท่าใด คุณก็ยิ่งมีปัญญา และมีความรักมากขึ้นเท่านั้น และคุณจะรู้ได้เอง เพราะตัวตนรู้จักตัวตนที่แท้จริง คุณจำสิ่งนั้นได้ ไม่มีข้อสงสัยเลย จะไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย สำหรับบางคนอาจต้องใช้เวลา จึงจะมั่นใจว่าตัวตนที่แท้จริง ของตนคืออะไร และพระเจ้าที่แท้จริงคืออะไรทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับจิตสำนึกของเรา และระดับ ที่เรารับรู้ตัวตนที่แท้จริง ณ ช่วงเวลา ที่เรียกว่าการประทับจิต เราจะรับรู้ว่านี่คือพระเจ้าที่แท้จริง คำสอนที่แท้จริงจากพระเจ้า ได้เร็วหรือช้าต่างกันPhoto Caption: “จงเตรียมพร้อมไว้ เมื่อพระเจ้า ประทานน้ำทิพย์ที่แท้จริง”











